by 03:48 0 ความคิดเห็น

Protocol

          โปรโตคอล คือ ข้อกำหนดหรือข้อตกลงในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ หรือภาษาสื่อสารที่ใช้เป็น ภาษากลางในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารที่เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกับคนเราที่ต้องมีภาษาพูดเพื่อให้สื่อสารเข้าใจกันได้
          โปรโตคอลช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์สองระบบ ที่แตกต่างกันสามารถสื่อสารกันอย่างเข้าใจได้  คือข้อตกลงที่กำหนดเกี่ยว กับการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ทั้งวิธีการส่งและรับข้อมูล วิธีการตรวจสอบข้อผิดพลาดของการส่งและรับข้อมูล การแสดงผลข้อมูลเมื่อส่งและรับกันระหว่างเครื่องสองเครื่อง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโปรโตคอลมีความสำคัญมากในการสื่อสารบนเครือข่าย หากไม่มีโปรโตคอลแล้ว การสื่อสารบนเครือข่ายจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้

     ตัวอย่างของโปรโตคอล


HTTP    TOP
          HTTP ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol เป็นโปรโตคอล(Protocol)สื่อสารที่ทำงานอยู่ในระดับ Application Layer บนโปรโตคอล TCP/IP มีรูปแบบดังนี้

  1. เป็นโปรโตคอลหลักที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล(HTML)กันระหว่าง Web Server และ Web Client(Browser) 
  2. ใช้ URL(Uniform Resoure Locator) ในการเข้าถึงเว็ปไซต์(Web Site) ซึ่งจะขึ้นต้นด้วย http:// ตามด้วยชื่อของเว็ปไซต์ 
  3.  ทำงานที่พอร์ต(port) 80 (มาตรฐาน) 
  4. ส่งข้อมูลเป็นแบบ Clear text คือ ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างการส่ง(None-Encryption) จึงสามารถถูกดักจับได้ และอ่านข้อมูลนั้นรู้เรื่อง



HTTPS    TOP
          HTTPS ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol Secure หรือ Hypertext Transfer Protocol Over SSL(Secure Socket Layer) เป็นการทำงานเหมือนกับ HTTP ธรรมดาแต่ทำอยู่บน SSL เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการส่งข้อมูลมากยิ่งขึ้น มีรูปแบบดังนี้

  1. การใช้งาน URL จะเข้าต้นด้วย https:// ตามด้วยชื่อของเว็ปไซต์ 
  2.  ทำงานที่พอร์ต(port) 443 (มาตรฐาน) 
  3. ส่งข้อมูลเป็นแบบ Cipher text คือ มีการเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างการส่ง(Encryption) สามารถถูกดักจับได้ แต่อ่านข้อมูลนั้นไม่รู้เรื่อง 
  4. มีการทำ Authentication เพื่อตรวจสอบยืนยันระบุตัวตน

HTTPS คือ HTTP ที่ทำงานอยู่บน SSL (Secure Socket Layer)
          SSL ย่อมาจาก Secure Socket Layer เป็นโปรโตคอลในการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลบนระบบเครือข่าย

วัตถุประสงค์ของ SSL 

  1. เพื่อรักษาความลับของข้อมูล(Confidentiality) เพื่อให้การส่งข้อมูลมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 
  2. เพื่อให้เกิดความคงสภาพของข้อมูล(Integrity) คือ ข้อมูลต้นฉบับต้องไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง 
  3. เพื่อให้การใช้งานระบบเครือข่าย(Network)นั้น ทำงานได้ตามปกติและเต็มประสิทธิภาพของการใช้งาน(Availability) 
การทำงานของ HTTPS หรือ HTTP Over SSL
  1. Browser เริ่มต้นเพื่อใช้งาน HTTPS(สร้าง Secure Session) โดยการส่งคำร้องขอ(พิมพ์ URL https:// XXX.com) ไปยัง Web Server 
  2. Web Server ตอบกลับด้วย Certificate ซึ่งเป็นใบรับรองว่า Server นั้นเป็น Server จริง และ Public Key ของ Server เพื่อเอาไว้เข้ารหัส Symmetric Key ที่ต้องส่งไปให้ Server 
  3. Browser ทำการตรวจสอบ Certificate ที่ได้จาก Web Server ว่าจริงหรือไม่ 
  4. เมื่อตรวจสอบแล้ว จะทำการสร้าง Symmetric Key ขึ้นมาหนึ่งชุด ไว้สำหรับการเข้ารหัส Data ที่ต้องส่งระหว่าง Client กับ Server 
  5. Browser ทำการเข้ารหัส Symmetric Key นั้น ด้วย Public Key(ที่ Server ส่งมาให้ในข้อที่ 2 ) ของ Web Server จากนั้นส่ง Symmetric Key ที่ได้เข้ารหัสแล้ว(Symmetric Key Encrypted)กลับไปยัง Web Server 
  6. Web Server ทำการถอดรหัส Symmetric Key นั้นด้วย Private Key ของ Web Server เอง 
  7. เริ่มกระบวนการเชื่อมต่อแบบ SSL หลังจากนี้การส่งข้อมูลจะเป็นการเข้ารหัสโดยใช้ Symmetric Key ที่ทั้ง Client และ Server มี(ที่ Browser ส่งไปให้)


POP3    TOP
          POP3 ย่อมาจาก Post Office Protocol version 3 คือ โปรโตคอล (Protocol) ที่ใช้รับ E-Mail โดยเป็น Protocol ประเภทที่เรียกว่า Message Access Protocol ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยในปัจจุบันมีการพัฒนาโปรโตคอลนี้มาจนถึงเวอร์ชั่น 3 POP3 จะมีลักษณะที่เน้นการทำงานแบบ Offline นั่นหมายถึงเราสามารถเขียน Email ไว้ในเครื่องของเราโดยไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ต เมื่อใดที่เราต่ออินเตอร์เน็ต เราสามารถส่ง Email นั้นออกไปยัง Email Server ของเรา เพื่อส่งต่อไปยัง E-mail Server ของผู้รับ ส่วนในด้านของการรับ Email นั้น อีเมล์จากผู้ส่งจะถูกส่งมาเก็บไว้ที่ Email server ของเรา จากนั้นเมื่อเราต่ออินเตอร์เน็ต เราสามารถเรียกอีเมล์นั้นจากอีเมล์เซิฟเวอร์ลงมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา โดยเรียกผ่านโปรแกรมประเภท E-mail client เช่น Microsoft Outlook หรือ Outlook Express เมื่ออีเมล์นั้นถูกดึงลงมายังเครื่องของเราแล้ว เราสามารถสั่งให้ลบ Email นั้นบน Email Server ก็ได้ หรือจะให้เก็บเอาไว้ก่อนก็ได้

ในกรณีที่เราสั่งให้เก็บ Email นั้นไว้บน Server ซอฟต์แวร์ Email client ที่เราใช้จะจดจำเอาไว้ว่าอีเมล์ฉบับไหนที่เรา Download มาแล้วบ้าง เพื่อป้องกันการ Download ซ้ำนั่นเอง



SMTP     TOP
          SMTP ย่อมาจาก Simple Mail Transfer Protocol คือ Protocol แบบ TCP/IP ที่ใช้ในการส่ง E-Mail ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปยังเครื่องบริการอื่น ๆ ซี่งสามารถส่งเมล์ไปยังผู้ใช้ได้ทั่วโลก มีข้อจำกัดในเรื่องของความสามารถในการส่ง e-mail ว่ามันสามารถทำได้แบบเป็นคิวเท่านั้น และ SMTP ส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้คนนอกองค์กร หรือ IP ที่อยู่นอกองค์กรใช้งาน SMTP



FTP    TOP
          FTP ย่อมาจาก File Transfer Protocol คือ โปรโตคอลเครือข่ายชนิดหนึ่ง ถูกนำใช้ในการถ่ายโอนไฟล์ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างการถ่ายโอนไฟล์ระหว่าง ไคลเอนต์ (client) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแม่ข่าย เรียกว่า โฮสติง (hosting) หรือ เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้การถ่ายโอนไฟล์ง่ายและปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเตอร์เน็ต การใช้ FTP ที่พบบ่อยสุด ก็เช่น การดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต ความสามารถในการถ่ายโอนไฟล์ ทำให้ FTP เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่สร้างเว็บเพจ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ FTP แบ่งเป็น 2 ส่วน
  1. FTP server เป็นโปรแกรมที่ถูกติดตั้งไว้ที่เครื่องเซิฟเวอร์ ทำหน้าที่ให้บริการ FTP หากมีการเชื่อมต่อจากไคลแอนเข้าไป 
  2. FTP client เป็นโปรแกรม FTP ที่ถูกติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ user ทั่วๆไป ทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยัง FTP server และทำการอัพโหลด ,ดาวน์โหลดไฟล์ หรือ จะสั่งแก้ไขชื่อไฟล์, ลบไฟล์ และเคลื่อนย้ายไฟล์ก็ได้เช่นกัน


IP    TOP
          IP ย้อยมาจาก Internet Protocol หรือ เกณฑ์วิธีอินเทอร์เน็ต เป็นโพรโทคอลการสื่อสารที่สำคัญใน Internet protocol suite สำหรับถ่ายทอดดาต้าแกรม(หน่วยข้อมูลพื้นฐานของแพ็กเกต ซึ่งการส่ง, เวลาถึงและลำดับที่ถึง ไม่ถูกรับประกันโดยเครือข่าย) ข้ามเขตแดนเครือข่าย ฟังก์ชันการกำหนดเส้นทางของมันจะช่วยงานภายในเครือข่ายและก่อตั้งระบบอินเทอร์เน็ตขึ้น การทำงานของไอพีเป็นการทำงานแบบไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูล รุ่นปัจจุบันคือ IPv4 และกำลังอยู่ในช่วงผลักดันให้ใช้ IPv6



TCP/IP     TOP
           TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internetworking Protocol) คือชุดโพรโทคอล (Protocol Suite) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลลนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การทำงาน TCP/IP จะแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบออกเป็นชั้นซ้อนกันเที่เรียกว่า โพรโทคอลสแต็ก (Protocol Stack) อย่างไรก็ตาม ถึงแม้โพรโทคอล TCP/IP จะถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนเครือข่ายระยะไกลเป็นสำคัญ แต่ TCP/IP ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีบนเครือข่ายท้องถิ่น ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายท้องถิ่นให้สามารถสื่อสารกันได้ผ่านโพรโทคอล TCP/IP นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายท้องถิ่น ซึ่งเป็นเครือข่ายภายในให้สามารถติดต่อกับเครือข่ายภายนอกอย่างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ และด้วยสาเหตุนี้เอง โพรโทคอล TCP/IP จึงเป็นโพรโทคอลที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันเป็นอย่างสูง

          TCP/IP กับแนวคิดเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้พัฒนามาร่วมกัน โดยก่อนที่จะกล่าวถึงรายละเอียดของโพรโทคอล TCP/IPเทคโนโลยีเครือข่ายของแต่ละองค์กร จะได้รับการออกแบบอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม งบประมาณ และประเภทของงาน โดยหลายองค์กรในปัจจุบันได้มีการเชื่อมเครือข่ายหลายชนิดเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีเครือข่ายแลนจัดเป็นแนวทางที่ดีที่สุด สำหรับการเชื่อมโยงเครือข่ายขนาดเล็กเพื่อใช้งานภายในสำนักงาน นอกจากนี้เครือข่ายแลนหลาย ๆ เครือข่าย ยังสามารถเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายแวนรวมถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่ประกอบด้วยเครือข่ายหลายพันเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก ที่มีทั้งเครือข่ายของหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน ความสำคัญของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็คือ เป็นเครือข่ายสาธารณะที่ผู้คนทั่วไปสามารถเชื่อมต่อเพื่อเข้าไปใช้บริการได้ อย่างไรก็ตาม หากเครือข่ายแลนหรือเครือข่ายแวนที่ต้องการเชื่อมโยงเครือข่ายส่วนตัวของตนเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็สมควรนำอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยมาใช้งานร่วมด้วย อย่างเช่น ไฟร์วอลล์ (Firewall) เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกบุกรุกหรือเจาะระบบเข้ามายังเครือข่ายภายในองค์กร


DHCP    TOP
          DHCP ย่อมาจาก Dynamic Host Configuration Protocol คือโพรโทคอลที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบแม่ข่ายกับลูกข่าย โดย DHCP ได้รับการยอมรับเป็นมาตราฐานในการใช้งานในเครือข่ายแทน BOOTP ซึ่งเป็นโพรโทคอลรุ่นเก่า ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1993 โดยในปัจจุบันนี้ DHCP ได้มีการพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น DHCPv6 ใช้กับงานร่วมกับโพรโทคอล IPv6 และได้รับมาตราฐานในการใช้งานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ.2003

DHCP ทำหน้าที่อะไร
          หน้าที่หลักๆของ DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) คือคอยจัดการและแจกจ่ายเลขหมายไอพีให้กับลูกข่ายที่มาเชื่อมต่อกับแม่ข่ายไม่ให้หมายเลขไอพีของลูกข่ายมีการซ้ำกันอย่างเด็ดขาด อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งได้ทำการเชื่อมต่อกับ DHCP Server เครื่องเซฟเวอร์ก็จะให้ หมายเลขไอพีกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มาทำการต่อเชื่อมแบบอัตโนมัติ ซึ่งไม่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อมากเท่าไร DHCP Server ก็จะออกเลยหมายไอพีให้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องไม่ซ้ำกันทำให้เครือข่ายนั้นไม่เกิดปัญหาในการใช้งาน
DHCP Server มีหลักการในการจ่ายหมายเลขไอพีให้กับลูกข่ายอยู่ 3 วิธีด้วยกันคือ


  1. กำหนดด้วยตัวเอง ซึ่งผู้ควบคุมดูแลสามารถที่จะกำหนดไอพีให้กับเครื่องลูกข่ายได้ด้วยตัวเองโดยใช้วิธีเทียบกับหมายเลข MAC 
  2. แบบอัตโนมัติ DHCP Server จะจ่ายหมายเลขไอพีให้กับเครื่องลูกข่ายแบบอัตโนมัติไม่ซ้ำกัน แต่จะออกหมายเลขไอพีตามช่วงของหมายเลขไอพีที่ผู้ควบคุมดูแลกำหนดไว้ให้ วิธีนี้หมายเลขไอพีจะติดอยู่กับเครื่องลูกข่ายอย่างถาวร เช่นเมื่อเครื่องลูกข่ายที่เคยได้หมายเขไอพีจากวิธีนี้ไปแล้วเมื่อกลับมาเชื่อมต่อใหม่อีกครั้งก็จะได้หมายเลขไอพีเดิมไปใช้งานนั้นเอง 
  3. แบบไดนามิก มีหลักการทำงานเหมือนกับแบบอัตโนมัติแต่แตกต่างอยู่ที่หมายเลขไอพีที่ออกด้วยวิธีไดดามิกจะไม่ถาวร เมื่อเครื่องลูกข่ายได้หมายเลขไอพีจากวิธีไปแล้ว เมื่อมีการออกจากระบบแล้วเข้ามาเชื่อมต่อกับเครือข่ายในภายหลังหมายเลขไอพีที่ได้จะได้เป็นหมายเลขไอพีใหม่เลย


          ประโยชน์ของ DHCP มีอะไรบ้าง ประโยชน์ของ DHCP นั้นจะช่วยในเรื่องระบบการจัดการเครือข่ายเป็นส่วนสำคัญ โดยมีการบริหารและจัดการระบบหมายเลขไอพีที่ไม่ซ้ำกันไม่ว่าจะมีเครื่องลูกข่ายมากขนาดไหนก็ตาม เพราะถ้าไม่มี DHCP เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ การจัดแจงและจ่ายหมายเลขไอพีจะเป็นเรื่องยากถ้าเครือข่ายนั้นเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่


IMAP    TOP
          IMAP ย่อมาจาก Internet Message Access Protocol ซึ่งมีข้อดีกว่า โปรโตคอล POP (Post Office Protocol) ที่จะทำงานแบบ Offline Model หรือจะเรียกว่าการทำงานด้านเดียวนั้นเอง ซึ่งการทำงานของ POP จะแตกต่างจาก IMAP อย่างสิ้นเชิง โดยการทำงานของ POP จะใช้งานผ่าน Email client จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับ Mail Server โดยตรงซึ่งการแก้ไข ลบ เพิ่ม เติมอีเมล์ก็จะทำได้จาก Email client เท่านั้น แต่การทำงานของ IMAP นั้นทำงานแตกต่างจากโปรโตคอล POP ด้วยการทำงานควบคู่กับอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆซึ่งการทำงานแบบนี้เรียกว่า การทำงานแบบ Two way communication หรือ Online Model

          ลักษณะการทำงานของโปรโตคอล IMAP นั้นจะทำงานแบบออนไลน์ด้วยการจัดการและประมวลผลต่าง ๆทางออนไลน์จาก Mail Server ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนว่ามีการเปิดอ่านเมล์ใหม่หรือยัง หรือการลบเมล์ที่มีอยู่ใน อินบล็อคออกไป โดยการทำงานทั้งหมดจะอยู่ที่ Mail Server เป็นตัวจัดการ ซึ่งผู้ใช้งานเพียงแต่ทำงานอ่านและจัดการสั่งงานเพียงเท่านั้น เราสามารถอธิบายการทำงานของระบบ IMAP ให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นไปอีกก็คือ เมื่อเราเปิดอ่านเมล์ในมือถือและทำการลบเมล์นั้นทิ้งไปแล้ว เมื่อเราไปเปิดอีเมล์ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ๆอีเมล์ที่ลบไปแล้วจะไม่โชว์ให้เราเห็น ซึ่งต่างจากโปรโตคอล POP อย่างสิ้นเชิง เพราะการทำงานของ POP เมื่อเราลบอีเมล์จากคอมพิวเตอร์ออกไปแล้วเมื่อเราไปเปิดอีเมล์จากมือถือเราก็ยังพบอีเมล์ที่ถูกลบไปแล้วในคอมพิวเตอร์อยู่นั่นเอง


ARP    TOP
          ARP หรือ Address Resolution Protocol เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสาร ทำหน้าที่จับคู่ระหว่าง IP Address ทาง Logical และ Address ทาง Physical (จับคู่ IP Address และ MAC Address) ** IP อยู่บน Layer 3 ส่วน Mac Address อยู่บน Layer 2 การทำงานของ ARP

  • ขั้นตอนแรกเครื่องที่ต้องการสอบถาม MAC Address ก็จะส่ง ARP Request ซึ่งบรรจุ IP , MAC Address ของตนเอง และ IP Address ของเครื่องที่ต้องการทราบ MAC Address ส่วน MAC Address ปลายทางนั้น จะถูกกำหนดเป็น FF:FF:FF:FF:FF:FF ซึ่งเป็น Broadcast Address เพื่อให้ ARP packet ถูกส่งไปยังเครื่องทุกเครื่องที่อยู่ในเน็ตเวิร์คเดียวกัน 

  • ขั้นตอนที่ 2 เมื่อ เครื่องที่มี IP Address ตรงกับระบุใน ARP Packet จะตอบกลับมาด้วย ARP Packet โดยใส่ MAC Address และ IP Address ของตนเองเป็นผู้ส่ง และใส่ MAC Address และ IP Address ของเครื่องที่ส่งมาเป็นผู้รับ packet ที่ตอบกลับนี้เรียกว่า ARP Reply


RARP     TOP
          RARP ย่อมาจาก Reverse Address Resolution Protocol  จะมีการทำงานที่คล้ายคลึงกับโปรโตคอล ARP โดยจะทำงานในลักษณะตรงกันข้าม ด้วยการแปลงหมายเลขแมคแอดเดรสให้เป็นหมายเลขไอพี ซึ่งโปรโตคอล RARP นี้ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่ปราศจากดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ (Diskless Computer) ดังนั้นเวลาบูตเครื่องจึงจำเป็นต้องบูตจากระบบปฏิบัติการเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์บนเครือข่าย โดยเซิร์ฟเวอร์บนเครือข่ายจะจัดเก็บตารางความสัมพันธ์ระหว่างแมคแอดเดรสกับหมายเลขไอพี โฮสต์ที่ต้องการหมายเลขไอพีจะทำการบรอดแคสต์ RARP Query Packet ที่บรรจุฟิสิคัลแอดเดรสไปยังทุกๆ โฮสต์บนเครือข่าย จากนั้นเครื่องเซิร์ฟเวอร์บนเครือข่ายก็จะจัดการกับ RARP Packet ด้วยการตอบกลับไปด้วยหมายเลขไอพีไปยังโฮสต์นั้น


ICMP    TOP
          ICMP ย่อมาจาก Internet Control Message Protocol เป็นกลไกที่ใช้โดยเร้าเตอร์และโหนด เพื่อรายงานความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกลับไปยังโฮสต์ฝ่ายส่งรับทราบ โดยไอพีดาต้าแกรมที่ส่งไปยังเครือข่ายผ่านไปยังเร้าเตอร์ต่างๆ และเร้าเตอร์ไม่สามารถส่งข้อมูลเหล่านั้นไปยังปลายทางได้ เนื่องจากเกิดปัญหาขึ้น เช่น ไม่พบโฮสต์ที่ปลายทาง ลิงก์เสียหาย หรือดาต้าแกรมหมดอายุขัย (TTL) โปรโตคอล ICMP นี้ก็จะดำเนินการแจ้งข่าวสารกลับไปให้ฝ่ายส่งรับทราบถึงปัญหาดังกล่าว โดยเมสเสจของ ICMP ที่แจ้งกลับไปเพื่อรายงานต่อฝ่ายส่งรับทราบ



PPP    TOP
          PPP หรือ Point-to-Point Protocol เป็น Protocol สำหรับการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 ตัว หรือ Router 2 ตัว ด้วยการอินเตอร์เฟซแบบอนุกรม ตามปกติ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เชื่อม ด้วยสายโทรศัพท์ไปที่เครื่อง Server ของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตให้ผู้ใช้ต่อเชื่อมด้วย PPP ทำให้เครื่อง Server สามารถตอบสนองคำขอของผู้ใช้ได้ PPP ยังแบ่งเป็นหลายแบบตามสื่อที่ใช้งาน PPP PAP และ PPP CHAP สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน Serial port หรือ PPPoE และ PPPoA สำหรับการเชื่อต่อผ่านสายโทรศัพท์ของระบบ ADSL ซึ่งจะต้องมีการกำหนด Username และ Password ในการเชื่อต่อเสมอ PPP อยู่ใน Layer ที่ 2 (Data-link Layer) ของ OSI นะครับ



UDP    TOP
          UDP หรือ User Datagram Protocol เป็นวิธีการสื่อสารหรือโปรโตคอลที่จำกัดจำนวนการบริการ เมื่อข่าวสารมีการแลกเปลี่ยน ระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ใช้ Internet Protocol (IP) โดยใช้ร่วมกับ IP บางครั้งเรียกว่า UDP/IP ซึ่ง UDP เหมือนกับ TCP ในการใช้ IP ในการดึงหน่วยข้อมูล (เรียกว่า datagram) จากคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง แต่ต่างจาก TCP โดย UDP ไม่ให้การบริการสำหรับการแบ่งข่าวสารเป็นแพ็คเกต (datagram) และประกอบขึ้นใหม่เมื่อถึงปลายหนึ่ง UDP ไม่ให้ชุดของแพ็คเกตที่ข้อมูลมาถึง หมายความว่า โปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ UDP ต้องมีความสามารถในการสร้างมั่นใจว่าข่าวสารที่มาถึงอยู่ในลำดับที่ถูกต้อง การประยุกต์เครือข่ายที่ต้องการประหยัดเวลาในการประมวลผล เพราะมีหน่วยข้อมูลในการแลกเปลี่ยน (ดังนั้น จึงมีข่าวสารน้อยมากในการประกอบขึ้นใหม่) จะชอบ UDP มากกว่า TCP เช่น Trivial File Transfer Protocol (TFTP) ใช้ UDP แทนที่ TCP เนื่องจากรวดเร็วกว่า UDP เหมือนกัน TCP คือ อยู่ใน Layer ที่ 4 (Transport Layer) ของ OSI นะครับ



NetBEUI    TOP
          NetBEUI หรือ NetBIOS Extended User Interface เป็นโปรโตคอลที่เหมาะสำหรับระบบ เครือข่ายขนาดเล็กเนื่องจากโปรโตคอลนี้ใช้วิธีกระจายสัญญาณไปทั่วทั้งเครือข่าย ไม่สามารถหาเส้นทาง (route) ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ร้องขอข้อมูลได้ ข้อดีของโปรโตคอลนี้คือการติดตั้งซอฟต์แวร์เครือข่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน



TELNET    TOP
          TELNET เป็นบริการที่ให้เครื่องลูกข่ายสามารถเข้าไปใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยการจำลองตัวเองให้ทำงานเป็นเทอร์มินัล ผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อแจ้งการเข้าใช้เครื่อง เมื่อเข้าไปได้แล้วการทำงานต่างๆ จะเหมือนกับการเข้าไปทำงาน ที่หน้าจอของ เครื่องเซิร์ฟเวอร์



DNS    TOP
          DNS หรือ Domain Name System ในการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบที่ใช้โปรโตคอล TCP/IP นั้นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และเครื่องลูกข่ายทุกตัวจะต้องมีหมายเลขที่ใช้ในการ ระบุตัวเองคล้ายกับชื่อ-นามสกุลของคนเรา หมายเลขที่กล่าวมานี้เรียกว่า IP Address โดยเขียนในลักษณะนี้ 203.154.126.134 การจดจำ IP Address เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่าการจำชื่อของเครื่อง คอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงเกิดการสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่จะให้บริการการสอบถามชื่อเครื่องและ IP Address ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตขึ้นมา ซึ่งเรียกว่า Domain Name Services ในการใช้งานนั้นผู้ใช้เพียงแต่ระบุ IP Address ของเครื่องที่ให้บริการนี้แล้วเมื่อต้องการ จะติดต่อกับ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต DNS จะช่วยค้นหา IP Address ของเครื่องที่ต้องการให้เพื่อให้โปรแกรม สามารถใช้ IP Address ที่ได้ในการติดต่อ



H.323    TOP
          การสื่อสารแบบแพ็กเกตสวิท (Packet Switched Network) ใช้ โพรโทคอล H.323 สำหรับการส่งข้อมูลทุกชนิด แบบเรียลไทม์ (Real-Time) การสื่อสารแบบนี้จะส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เรียกว่า แพ็กเกต เพื่อส่งไปยัง เป้าหมายตามสายสื่อสารที่เร็วที่สุดโพรโทคอลนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานโดย ITU เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2539 ช่วยให้สามารถส่งข้อมูลเสียง ภาพ หรือนำมาใช้ในการประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ได้

้้

แหล่งที่มา
https://goo.gl/Sa1oQW
https://goo.gl/k7ObLg
https://goo.gl/4kWk89
https://goo.gl/vjzhuQ
https://goo.gl/hGrXW2
https://goo.gl/9Ew6Ve
https://goo.gl/gwXXpq
https://goo.gl/ZS8Sxc
https://goo.gl/H3SwC9
https://goo.gl/wBU3mJ
https://goo.gl/OM783Q

Unknown

Developer

Cras justo odio, dapibus ac facilisis in, egestas eget quam. Curabitur blandit tempus porttitor. Vivamus sagittis lacus vel augue laoreet rutrum faucibus dolor auctor.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น